ต่อมา พ.ศ. 2495 ได้จัดแข่งขันประเภทประชาชนขึ้นอีก สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายเมื่อ พ.ศ.2496 และเป็นสมาชิกของสหพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2496
เช่นกัน ถึงแม้ว่าในกฎจะไม่กำหนดตำแหน่งใด ๆ ของผู้เล่น
แต่เรื่องนี้มีวิวัฒนาการจนเป็นส่วนหนึ่งของบาสเกตบอล
ในช่วงห้าสิบปีแรกของเกม จะใช้ การ์ดสองคน ปีกสองคน
และเซ็นเตอร์หนึ่งคนในการเล่น ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา
มีการแบ่งตำแหน่งชัดเจนขึ้นเป็น พอยท์การ์ด (หรือการ์ดจ่าย) ชู้ตติ้งการ์ด
สมอลฟอร์เวิร์ด เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และ เซ็นเตอร์ ในบางครั้งทีมอาจเลือกใช้
การ์ดสามคน แทนฟอร์เวิร์ดหรือเซ็ตเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า three guard
offense
อ้างอิงจาก petchaaa.blogspot.com2009081980-three-guar...
ตำแหน่งในการเล่นบาสเกตบอล
ประกอบด้วย
เซ็นเตอร์ (center)
เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล
เซ็นเตอร์มักจะเป็นผู้เล่นที่ตัวสูงที่สุดในทีม
และถ้าให้ดีต้องมีกล้ามเนื้อเป็นมัดและมีน้ำหนักตัวม ากอีกด้วย
เซ็นเตอร์ในเอ็นบีเอโดยทั่วไปสูง 6 ฟุต 10 นิ้ว (2.08 เมตร) หรือมากกว่า
ในหลาย ๆ กรณี บทบาทหลักของเซ็นเตอร์ คือการเป็นตัวผู้เล่นที่ใหญ่มาก
และใช้ข้อได้เปรียบเรื่องขนาดมาทำคะแนนหรือป้องกันใน จุดที่ใกล้ห่วง
เซ็นเตอร์ที่มีขนาดใหญ่และมีทักษะความสามารถทางกีฬาถ
ือเป็นสมบัติที่มีค่าของทีม
เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด (power forward)
เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล
ซึ่งนิยมเรียกเป็นตำแหน่งหมายเลขสี่ (four) ในแผนการเล่น
เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเล่นคล้ายกับเซ็นเตอร์ที่เรียกว่า โพสต์ (post)
โลว์บล็อก (low blocks) เวลาบุกจะเล่นหันหลังให้แป้น
และเมื่อเล่นเกมรับแบบแมน-ทู-แมน จะยืนบริเวณใต้ห่วง
ในอดีตผู้เล่นตำแหน่งนึ้มีหน้าที่ตั้งรับและรีบาวด์มากกว่าเซ็นเตอร์
แต่ปัจจุบันมีเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดฝีมือดีจำนวนมาก เช่น คริส เว็บเบอร์
(Chris Webber) เดิร์ก โนวิตสกี (Dirk Nowitzki) และ เควิน การ์เน็ต (Kevin
Garnett) เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดในสมัยนี้จึงรับผิดชอบเรื่องการทำ
คะแนนมากกว่า และไม่ค่อยมีบทบาทการตั้งรับเท่าเซ็นเตอร์
โดยทั่วไปเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นผู้เล่นที่ตัวใหญ่
ถึงตัวจะไม่สูงเท่าเซ็นเตอร์ แต่มีร่างกายกำยำกว่า
พวกเขามักถูกคาดหวังให้วิ่งตามรีบาวด์ลูก
และทำคะแนนที่ระยะใกล้แป้นแทนที่จะกระโดดชู้ตจากระยะ ไกล
เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเกมรับแต่ในเ
รื่องการบล็อกลูกมักตกเป็นของเซ็นเตอร์
สมอลฟอร์เวิร์ด (small forward)
เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล
สมอลฟอร์เวิร์ดมักผอมเรียวกว่า เตี้ยกว่า แต่เร็วกว่า
ผู้เล่นตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดและเซ็นเตอร์ แต่หลายครั้งก็อาจสูงเท่ากัน
ชื่อสมอลฟอร์เวิร์ดอาจบ่งบอกว่าตัวเล็กแต่นักบาสเกตบ
อลระดับอาชีพในเอ็นบีเอไม่เป็นเช่นนั้น สมอลฟอร์เวิร์ดมักมีส่วนสูงระหว่าง 6
ฟุต 5 นิ้ว ถึง 6 ฟุต 11 นิ้ว (1.96 ถึง 2.13 เมตร)
หน้าที่หลักของสมอลฟอร์เวิร์ดคือการทำคะแนน
แต่บางคนมีหน้าที่เป็นพอยท์ฟอร์เวิร์ดและรับผิดชอบกา รส่งบอลด้วย
แต่อย่างไรก็ตามสมอลฟอร์เวิร์ดส่วนใหญ่ก็เป็นตัวทำคะ แนนให้ทีม
ส่วนรูปแบบการทำคะแนนแตกต่างกันออกไปขึ้นกับนักกีฬา
บางคนเป็นคนชู้ตที่แม่นจากระยะไกล
แต่บางคนชอบที่จะกระแทกเข้าหาห่วงเพื่อทำแต้ม
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการที่ได้ฟาล์วจากผู้เ
ล่นฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาป้องกัน
การชู้ตลูกโทษที่แม่นยำถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับส มอลฟอร์เวิร์ด
และหลายคนทำคะแนนจากการชู้ตลูกโทษได้เป็นจำนวนมาก
ชู้ตติ้งการ์ด (shooting guard)
เป็นหนึ่งในตำแหน่งผู้เล่นในทีมบาสเกตบอล มักจะตัวเตี้ยกว่า
ผอมกว่า และเร็วกว่าฟอร์เวิร์ด
และมักรับหน้าที่ทำคะแนนและคุมผู้เล่นวงนอกที่เก่งที ่สุดของของฝ่ายตรงข้าม
ชื่อเรียกอื่นชู้ตติ้งการ์ดได้แก่ ทูการ์ด (2-guard), บิ๊กการ์ด (big
guard) และ ออฟการ์ด (off guard)
แต่บางทีมก็มอบหมายหน้าที่ในการนำลูกเข้าแดนฝ่ายตรงข ้ามด้วย
เรียกผู้เล่นเหล่านี้ว่า คอมโบการ์ด (combo guard)
ชู้ตติ้งการ์ดหลายคนที่มีรูปร่างใหญ่สามารถเล่นตำแหน
่งสมอลฟอร์เวิร์ดได้ด้วย
ผู้เล่นที่สามารถเล่นสลับระหว่างชู้ตติ้งการ์ดกับสมอ ลฟอร์เวิร์ดเรียกว่า
สวิงแมน (swingman)
แม้ว่าชู้ตติ้งการ์ดหลายคนเป็นผู้ที่สามารถจัมพ์ชู้ต (jump shoot,
ชู้ตลูกระหว่างการกระโดด) ระยะไกลได้ดีที่สุดในทีม
ส่วนใหญ่ยังสามารถนำลูกไปทำคะแนนใกล้ห่วงได้ดีอีกด้ว ย
ชู้ตติ้งการ์ดที่ดีควรมีทักษะการส่งลูกที่ดีพอควรแต่
หน้าที่หลักของชู้ตติ้งการ์ดคือการทำคะแนน
พอยต์การ์ด หรือ การ์ดจ่าย (point guard)
เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล
พอยต์การ์ดมักเป็นผู้เล่นที่มีรูปร่างเล็กที่สุดในที มและมีหน้าที่เฉพาะ
คือดูแลการบุกของทีมโดยควบคุมลูกและส่งลูกไปยังผู้เล
่นที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม
พอยต์การ์ดมักเป็นผู้ที่นำลูกไปยังสนามฝั่งตรงข้ามเพ ื่อเริ่มเกมบุก
ดังนั้นทักษะการส่งลูกและสายตาที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก
การประเมินพอยต์การ์ดมักดูจากจำนวนแอสซิสต์มากกว่าคะ แนนที่ทำได้
อย่างไรก็ตามพอยต์การ์ดชั้นนำควรชู้ตลูกจากระยะไกลได ้ดี
พอยต์การ์ดยังควรมีความเป็นผู้นำเหมือนผู้เล่นตำแหน่
งควอเตอร์แบ็คในอเมริกันฟุตบอล
เป็นหน้าที่ของพอยต์การ์ดที่ทำให้ทีมทำคะแนนได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งลูก
การกำหนดแผนการเล่น การจ่ายลูกไปยังเพื่อนร่วมทีมที่คิดว่าอยู่ในตำแหน่ง
ที่ดีที่สุดในการทำแต้ม และควบคุมจังหวะความเร็วของเกม
หลายครั้งนักพากย์กีฬาเรียกพอยต์การ์ดว่าเป็นโค้ชในส นาม หรือแม่ทัพในสนาม
(coach on the floor, floor general)
รีบาวด์ : การจับลูกหลังการชู้ตลูกพลาด
รีบาวด์ถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในเกม
เพราะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนมือระหว่างการรุกและรับในบาสเกตบอล รีบาวด์
แบ่งได้เป็น
ออฟเฟนซิฟรีบาวด์ (offensive rebound) คือ
ฝ่ายบุกที่ชู้ตลูกพลาดสามารถแย่งลูกกลับมาใหม่ได้
จึงสามารถชู้ตทำคะแนนได้อีก
นอกจากนี้ถ้าผู้เล่นสามารถเคาะให้ลูกที่กำลังกระเด้งออกจากแป้นบาสให้เข้าไป
ในห่วงได้ก็ถือเป็นออฟเฟนซิฟรีบาวด์เช่นกัน
ดีเฟนซิฟรีบาวด์ (defensive rebound) คือ การที่ฝ่ายรับสามารถคว้าลูกไว้ได้หลังจากที่อีกฝ่ายหนึ่งชู้ตพลาด
อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index3.html
กติกาการเล่นบาสเกตบอล
เกมจะแบ่งการเล่นเป็น 4 ควาเตอร์ (quarter) แต่ละควาเตอร์มี 10 นาที (สากล) หรือ 12 นาที (เอ็นบีเอ) ช่วงพักครึ่งนาน 15 นาที ส่วนพักอื่นๆ ยาว 2 นาที ช่วงต่อเวลา (overtime) ยาว 5 นาที
ทีมจะสลับด้านสนามเมื่อเริ่มครึ่งหลัง เวลาจะเดินเฉพาะระหว่างที่เล่น
และนาฬิกาจะหยุดเดินเมื่อเกมหยุด เช่น เมื่อเกิดการฟาล์ว
หรือระหว่างการชู้ตลูกโทษ เป็นต้น
ดังนั้นเวลาทั้งหมดที่ใช้แข่งมักยาวกว่านี้มาก (ประมาณสองชั่วโมง)
ในขณะใดขณะหนึ่งจะมีผู้เล่นในสนามฝ่ายละห้าคน
และจะมีผู้เล่นสำรองสูงสุดทีมละเจ็ดคน
สามารถเปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัดและเปลี่ยนได้เฉพาะเมื่อเกมหยุด
ทีมยังมีโค้ชที่ดูแลทีมและวางกลยุทธ์ในการเล่น รวมถึงผู้ช่วยโค้ช
ผู้จัดการทีม นักสถิติ แพทย์ และเทรนเนอร์
เครื่องแบบนักกีฬาสำหรับทีมชายและหญิงตามมาตรฐานได้แก่
กางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามที่มีหมายเลขผู้เล่นชัดเจนพิมพ์ทั้งด้านหน้าและ
ด้านหลัง รองเท้าเป็นรองเท้ากีฬาหุ้มข้อเท้า อาจมีชื่อทีม ชื่อนักกีฬา
และสปอนเซอร์ ปรากฏบนชุดด้วยก็ได้
แต่ละทีมจะได้เวลานอกจำนวนหนึ่งสำหรับให้โค้ชและผู้เล่นปรึกษากัน มักยาวไม่เกินหนึ่งนาที ยกเว้นเมื่อต้องการโฆษณาระหว่างการถ่ายทอดสด
เกมควบคุมโดยกรรมการและหัวหน้ากรรมการผู้ตัดสินในสนาม และกรรมการโต๊ะ
กรรมการโต๊ะมีหน้าที่บันทึกคะแนน ควบคุมเวลา
บันทึกจำนวนฟาล์วผู้เล่นและฟาล์วทีม ดูเรื่องการเปลี่ยนตัว
โพเซสซันแอร์โรว์ และช็อตคล็อก
กติกาว่าด้วย 3 วินาที
ผู้เล่นจะต้องไม่อยู่ภายในเขตกำหนดเวลาของคู่แข่งขันต่อเนื่องกันเกินกว่า 3 วินาที เขตนี้อยู่ระหว่างเส้นหลังและขอบนอกของเส้นโยนโทษ ในขณะที่ทีมของตนกำลังครอบครองลูกบอล
กติกาว่าด้วย 3 วินาที จะใช้บังคับทุกกรณี เช่น
ลูกบอลออกนอกเขตสนาม จะเริ่มการนับเวลาตั้งแต่งผู้เล่นจะส่งบอลเข้า
เล่นได้ยืนอยู่นอกสนามและมีลูกบอลอยู่ในครอบครอง
ซึ่งกติกาทั้งหมดเกี่ยวกับการสิ้นสุดเวลาของการแข่งขันจะถูกบังคับใช้เกี่ยว
กับ การทำผิดกติกาว่าด้วย 30 วินาที
การทำฟาวล์
ฟาวล์บุคคล คือการที่ผู้เล่นได้ถูกต้องตัวฝ่ายคู่ต่อสู้
- การสกัดกั้น ถือว่าเป็นการถูกต้องตัวในเมื่อเข้าไปกีดกั้นคู่ต่อสู้ที่ไม่มีบอลไม่ให้ก้าวไป
- การจับหรือยึด ถือว่าเป็นการถูกต้องตัว เพราะเป็นการกีดกั้นไม่ให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่ไปตามปกติ
- การเข้าป้องกันข้างหลัง
ผู้เล่นฝ่ายป้องกันที่พยายามเข้าครอบครองลูกบอลต้องไม่ถูกต้องตัวผู้เล่น
ถ้าผู้เล่นป้องกันถูกตัวผู้เล่นฝ่ายหนึ่ง
โดยการพยายามเข้าครอบครองบอลจากระยะ หรือฐานะที่ตนไม่อยู่
ในเกณฑ์ที่จำกระทำได้ก่อน จะถูกลงโทษ
- ผู้เล่นต้องไม่จับ ยึด ชน ขัดขา
กีดกันการเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้ โดยใช้แขนกางออกใช้ไหล่ สะโพก เข่า
หรือโดยการก้มตัวลงอย่างผิดธรรมดา และต้องไม่ใช้มือแตะต้องคู่ต่อสู้
- ผู้เลี้ยงลูก
ต้องไม่ชนหรือถูกต้องตัวคู่ต่อสู้ระหว่างเลี้ยงลูกเข้าไป
หรือต้องไม่พยายามเลี้ยงลูกเข้าไปในระหว่างผู้เล่นฝ่ายป้องกัน 2 คน หรือ ระหว่างคู่ต่อสู้กับเส้นเขตสนาม เว้นแต่จะมีที่พอแล้วหลบหลีกไป
- ผู้เล่นกีดกัน
คือพยายามขวางคู่ต่อสู้มิให้ผ่านไปสู่จุดหมายและผู้ที่ไม่พยายามเล่นลูก
ถ้าเกิดถูกต้อง ตัวกันขึ้น ตนเองต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ
การฟาวล์ 5 ครั้ง
ผู้เล่นใดกระทำฟาวล์ 5 ครั้ง จะเป็นฟาวล์บุคคลหรือฟาวล์เทคนิค ต้องออกจากการแข่ง
อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index2.html
การส่งลูก
การส่งลูกบาสเกตบอลมี 9 วิธี
1.ส่งลูกสองมือระดับอก จับบอลด้วยมือทั้งสอง
ปลายนิ้วอยู่บริเวณด้านข้างของลูก
หัวแม่มือทั้งสองเกือบชิดกันทางด้านหลังของลูก
งอและกางศอกออกจากลำตัวเล็กน้อย ถือบอลระดับอก
ขณะส่งลูกให้ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งไปข้างหน้าในทิศทางตรงกับผู้รับ
เหยียดแขนตรงออกไป หักข้อมือลงเล็กน้อย ใช้นิ้วมือออกแรงผลักลูก
นิ้วหัวแม่มือจะอยู่ลักษณะชี้ลงพื้นเมื่อส่งลูกออกไปเสร็จแล้ว
ลูกบอลจะถูกส่งออกไปเป็นเส้นตรง
2.ส่งลูกสองมือเหนือศีรษะ
ยืนให้เท้าห่างกันประมาณ 1
ช่วงไหล่ เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้า
จับบอลเหมือนกับการส่งลูกสองมือระดับอก
แขนงอเล็กน้อยแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะพร้อมทั้งชูบอลขึ้น
ขณะส่งให้ก้าวเท้าไปข้างหน้าสั้นๆ แล้วส่งบอลไปข้างหน้า
พร้อมส่งท่อนแขนตามออกไปด้วย
ให้ส่งลูกด้วยข้อมือและปลายนิ้วมือด้วยการกดข้อมือลงพื้นหลังจากส่งบอลไป
แล้ว
3.ส่งลูกกระดอน เริ่มจากการส่งลูกล่างสองมือหรือลูกจากระดับอกต่ำๆ
4.ส่งลูกมือเดียวเหนือไหล่
สองมือจับบอล
ก้าวขาหนึ่งไปข้างหน้า
เหยียดแขนข้างที่ไม่ได้ใช้ส่งลูกชี้ไปยังทิศทางที่ผู้รับยืนอยู่
เมื่อจะส่งให้ดึงบอลไปข้างหลังด้วยมือข้างที่จะใช้ส่ง
ดันเท้าที่อยู่ข้างหลังไปข้างหน้า ผลักส่งลูกออกจากมือ
ขณะส่งลูกดันแขนเหยียดตรงไปข้างหน้าพร้อมกระดกข้อมือด้วย
5.ส่งลูกสองมือด้านข้าง
ยืนจับบอลด้วยท่าทางมั่นคงแข็งแรง
จับบอลทั้งสองมือแล้วยกขึ้นเหนือระดับเอวพร้อมเหวี่ยงแขนทั้งสองออกไปด้าน
ขวา
ก้าวเท้าซ้ายไขว้ไปด้านข้างขวาพร้อมก้มตัวลงเล็กน้อยให้น้ำหนักอยู่ระหว่าง
เท้าทั้งสอง ส่งบอลไปยังผู้รับด้วยกำลังแขนทั้งสอง ควรส่งด้วยปลายนิ้ว
6.ส่งลูกมือเดียวด้านข้าง
ปฏิบัติเหมือนกับการส่งลูกสองมือด้านข้าง ยกเว้นส่งด้วยมือเดียว ซึ่งการส่งลูกด้วยวิธีนี้อาจส่งลูกกระดอนพื้นได้ด้วย
7.ส่งลูกฮุก หรือส่งแบบตวัดมือ
จับบอลด้วยนิ้วมือทั้งสองข้าง กางข้อศอกออกเล็กน้อย
ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหรือด้านข้างพร้อมเหวี่ยงบอลมาทางไหล่ขวา (ถนัดขวา)
เมื่อปล่อยมือซ้ายที่ใช้ประคองลูกแล้วให้หงายมือขวาพร้อมยกเข่าขวาขึ้นด้าน
หน้าให้สูงเท่าที่จะทำได้ ตวัดบอลข้ามศีรษะผู้ส่งออกไป
ก่อนลูกบอลจะพ้นมือไปให้ตวัดข้อมือลงด้านล่างนิ้วชี้ลงพื้นดิน
เหยียดแขนตามทิศทางลูกบอลที่ส่งออกไป
8.ส่งลูกสองมือล่าง หรือส่งลูกระดับเอว
ยืนให้เท้าขนานกัน หรือเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้า สองมือจับบอล
กางนิ้วออกให้มากที่สุดโดยปลายนิ้วทั้งหมดชี้ลงพื้น ยกบอลไว้ที่เอว
กางข้อศอกออกพร้อมก้มตัวลงเล็กน้อย ก้าวเท้าไปข้างหน้า 1
ก้าวพร้อมโยนบอลออกไปที่จุดหมายด้วยกำลังส่งของสองแขนแล้วกระดกข้อมือและ
นิ้วมือขึ้น
เหยียดแขนตามทิศทางของบอลพร้อมกับถ่ายน้ำหนักตัวไปที่เท้าหน้าทันที
9.ส่งลูกมือเดียวล่าง
ปฏิบัติเหมือนกับสองมือล่าง
แต่แตกต่างที่มือที่อยู่ด้านหน้าบอลใช้เพื่อประคองขณะที่ดึงบอลมาด้านหลัง
ก่อนส่งออกไป ใช้มือหลังเป็นมือที่ส่งบอลออกไปเพียงมือเดียว
อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index2.html
ชุดที่ผู้เล่นสวมใส่จะต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่อไปนี้
- เสื้อทีม จะเป็นสีเดียว
มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้นเสื้อที่มีลายทางแบบริ้วลายจะไม่อนุญาต
ให้ใช้
- กางเกงขาสั้น
จะเป็นสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งทีม และจะต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้น
ประโยชน์ของการเล่นบาสเกตบอล
กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ทำให้ผู้เล่นได้รับประโยชน์ดังนี้
๑.
ช่วยพัฒนาส่งเสริมสมรรถภาพด้านต่าง ๆ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
อารมณ์และสังคมแก่บุคคล
๒.
ช่วยพัฒนาส่งเสริมกลไกการเคลื่อนไหวของร่างกาย (motor skills) ให้ทำงานประสาน
กันดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือ เท้า สายตาให้เคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง
๓.
เป็นกิจกรรมนันทนาการสำหรับพักผ่อน คลายความตึงเครียด แก่ผู้เล่นและผู้ชม
๔.
ช่วยฝึกการตัดสินใจ และรู้จักคิดแก้ปัญหา ตลอดจนมีสมาธิที่ดี
๕.
ช่วยฝึกให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักให้อภัย
๖.
ใช้เป็นสื่อนำในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและส่วนรวม
๗.
ใช้เป็นสื่อนำในการจัดการกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาพลศึกษา
๘.
ผู้เล่นที่มีความสามารถจะทำชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง วงศ์ตระกูล และประเทศชาติ
๙.
เป็นวิชาชีพด้านหนึ่งสำหรับงานกีฬา เช่น การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลอาชีพ เป็นต้น
มารยาทผู้เล่นที่ดี
๑. มีความรู้เรื่องระเบียบและกฎกติกาการเล่น
๒.
แต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมต่อการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล
๓.
สุภาพทั้งกิริยาท่าทางตลอดจนคำพูด
๔.
ให้เกียรติและเชื่อฟัง ยอมรับคำตัดสินของผู้ตัดสิน
๕.
มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย
๖.
เป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา
๗.
ไม่ควรดูถูกความสามารถผู้อื่น จะด้วยวาจาหรือท่าทาง
๘.
ควรแสดงความยินดีและชมเชยเมื่อผู้เล่น เล่นได้ดี
๙.
ควรเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เล่นบ้างเมื่ออุปกรณ์มีจำกัด
๑๐.
ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการยั่วยุหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม