Tuesday, November 6, 2012

(National Basketball Association, NBA) เอ็นบีเอ

เอ็นบีเอ
 

ใน ปี พ.ศ. 2489 ถือกำเนิดลีกเอ็นบีเอ (National Basketball Association, NBA) ก่อตั้งโดยรวบรวมทีมอาชีพชั้นนำ และทำให้กีฬาบาสเกตบอลระดับอาชีพได้รับความนิยมสูงขึ้น ปี พ.ศ. 2510 มีการจัดตั้งลีกเอบีเอ (American Basketball Association, ABA) ขึ้นอีกลีกมาเป็นคู่แข่งอยู่พักหนึ่ง ลีกทั้งสองก็ควบรวมกันในปี พ.ศ. 2519
ใน เอ็นบีเอมีผู้เล่นมีชื่อเสียงหลายคน เช่น จอร์จ มิคาน (George Mikan) ผู้เล่นร่างใหญ่ที่โดดเด่นคนแรก บอบ คอสี (Bob Cousy) ผู้มีทักษะการครองบอล บิล รัสเซล (Bill Russell) ผู้ที่เก่งด้านการตั้งรับ วิลท์ แชมเบอร์เลน (Wilt Chamberlain) รวมถึง ออสการ์ รอเบิร์ตสัน (Oscar Robertson) และ เจอร์รี เวสต์ (Jerry West) ผู้ที่เก่งในรอบด้าน คารีม อับดุล-จับบาร์ (Kareem Abdul-Jabbar) และ บิล วอลตัน (Bill Walton) ผู้เล่นร่างยักษ์ในยุคหลัง จอห์น สต็อกตัน (John Stockton) ผู้ที่มีทักษะการคุมเกม ตลอดจนผู้เล่นสามคนที่ทำให้เอ็นบีเอได้รับความนิยมจนถึงขีดสุด คือ แลร์รี เบิร์ด (Larry Bird) แมจิก จอห์นสัน (Magic Johnson) และ ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)
ลี กดับเบิ้ลยูเอ็นบีเอ (Women's National Basketball Association, WNBA) สำหรับบาสเกตบอลหญิงเริ่มเล่นในปี พ.ศ. 2540 ถึงแม้ว่าในฤดูกาลแรกจะไม่ค่อยมั่นคงนัก นักกีฬามีชื่อหลายคน เช่น เชอริล สวูปส์ (Sheryl Swoopes) , ลิซา เลสลี (Lisa Leslie) และ ซู เบิร์ด (Sue Bird) ช่วยเพิ่มความนิยมและระดับการแข่งขันของลีก ลีกบาสเกตบอลหญิงอื่น ๆ ล้มไปเนื่องจากความสำเร็จของดับเบิ้ลยูเอ็นบีเอ

ยุคแรกของบาสเกตบอล

ยุคแรกของบาสเกตบอล
 

ความ พิเศษอย่างหนึ่งของบาสเกตบอล คือถูกคิดขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว ต่างจากกีฬาส่วนใหญ่ที่วิวัฒนาการมาจากกีฬาอีกชนิด ช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2434 ดร. เจมส์ ไนสมิท นายแพทย์ชาวอเมริกันที่เกิดในแคนาดา และเป็นผู้ดูแลสถานที่ของวิทยาลัยแห่งหนึ่งของสมาคมวายเอ็มซีเอ (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยสปริงฟิลด์, Springfield College) ในเมืองสปริงฟิลด์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ค้นหาเกมในร่มที่ช่วยให้คนมีกิจกรรมทำระหว่างฤดูหนาวในแถบนิวอิงแลนด์ ว่ากันว่า หลังจากเขาไตร่ตรองหากิจกรรมที่ไม่รุนแรงเกินไปและเหมาะสมกับโรงยิม เขาเขียนกฎพื้นฐานและตอกตะปูติดตะกร้าใส่ลูกพีชเข้ากับผนังโรงยิม เกมแรกที่เล่นเป็นทางการเล่นในโรงยิมวายเอ็มซีเอในเดือนถัดมา คือเมื่อ 20 มกราคม พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) ในสมัยนั้น เล่นโดยใช้ผู้เล่นเก้าคน สนามที่ใช้ก็มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของสนามเอ็นบีเอในปัจจุบัน ชื่อ บาสเกตบอล เป็นชื่อที่เสนอโดยนักเรียนคนหนึ่ง และก็เป็นชื่อที่นิยมมาตั้งแต่ตอนต้น เกมแพร่ขยายไปยังวายเอ็มซีเอที่อื่นทั่วสหรัฐอเมริกา ไม่นานนักก็มีเล่นกันทั่วประเทศ
แต่ ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าวายเอ็มซีเอจะเป็นผู้ที่พัฒนาและเผยแพร่เกมในตอนแรก ภายในหนึ่งทศวรรษสมาคมก็ไม่สนับสนุนกีฬานี้อีก เนื่องจากการเล่นที่รุนแรงและผู้ชมที่ไม่สุภาพ สมาคมกีฬาสมัครเล่นอื่น ๆ มหาวิทยาลัย และทีมอาชีพก็เข้ามาแทนที่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 สหภาพการกีฬาสมัครเล่น (Amateur Athletic Union) และ สมาคมการแข่งขันกีฬาระหว่างวิทยาลัย (Intercollegiate Athletic Association) (ซึ่งปัจจุบันคือเอ็นซีดับเบิลเอ, NCAA) ได้แข่งกันเพื่อจะเป็นผู้กำหนดกติกาของเกม
เดิม นั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล ลูกบอลที่ทำขึ้นสำหรับบาสเกตบอลโดยเฉพาะในตอนแรกมีสีน้ำตาล ช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1950 จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกสีส้มเพื่อให้ผู้เล่นและผู้ชมมองเห็นลูกได้ง่ายขึ้น และก็ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ริเริ่มใช้ลูกบาสเกตบอลสีส้มคือนาย โทนี ฮิงเคิล (Tony Hinkle) โค้ชมหาวิทยาลัยบัตเลอร์ (Butler University)

ประวัติบาสเกตบอล

บาสเกตบอล
 
   

การแข่งขันบาสเกตบอลหญิงชิงถ้วยยุโรปของ FIBA ปี พ.ศ. 2548
ไมเคิล จอร์แดน ขณะกระโดดแสลมดังก์บาสเกตบอล (อังกฤษ: basketball) เป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่น 5 คนพยายามทำคะแนนโดยการโยนลูกเข้าห่วงหรือตะกร้า (basket) ภายใต้กติกาการเล่นมาตรฐาน

ตั้งแต่ ที่คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) โดยเจมส์ ไนสมิท บาสเกตบอลได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นกีฬาสากล กีฬานี้มีจุดเริ่มต้นจากในวายเอ็มซีเอ ลีกที่เกิดขึ้นในสมัยแรก ๆ เป็นระดับมหาวิทยาลัย ต่อมากลายเป็นกีฬาอาชีพ มีการจัดตั้งลีกเอ็นบีเอ (National Basketball Association, NBA) และเริ่มมีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) ถึงแม้ว่าในระยะแรกยังเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา กีฬาชนิดนี้แพร่ขยายไปสู่ระดับสากลด้วยความรวดเร็ว ปัจจุบันมีนักกีฬาและทีมที่มีชื่อเสียงตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
บาสเกตบอล เป็นกีฬาที่เล่นในร่มเป็นหลัก สนามที่ใช้เล่นมีขนาดค่อนข้างเล็ก คะแนนจะได้จากการโยนลูกเข้าห่วงจากด้านบน (เรียกว่า ชู้ต, shoot) ทีมที่มีคะแนนมากกว่าในตอนจบเกมจะเป็นฝ่ายชนะ สามารถนำพาลูกโดยการกระเด้งกับพื้น (เลี้ยงลูก, dribble) หรือส่งลูกกันระหว่างเพื่อนร่วมทีม เกมจะห้ามการกระทบกระแทกที่ทำให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ (ฟาล์ว, foul) และมีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการครองบอล
เกม บาสเกตบอลมีการพัฒนาเทคนิคการเล่นต่าง ๆ เช่น การชู้ต การส่ง และ การเลี้ยงลูก รวมไปถึงตำแหน่งผู้เล่น (ซึ่งตามกฎแล้วไม่จำเป็นต้องมี) และตำแหน่งการยืนในเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นที่ตัวสูงถือเป็นข้อได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในการเล่นแข่งขันจะควบคุมโดยกฎกติกา การเล่นรูปแบบอื่น ๆ สำหรับเล่นผ่อนคลายก็มีการคิดขึ้น บาสเกตบอลยังเป็นกีฬาที่คนนิยมดูอีกด้วย

รวมเทคนิคการเล่นบาส

 รวมเทคนิคการเล่นบาส

 
ทำอย่างไรให้ลอยตัวในอากาศได้นานและกระโดดได้สูง
มี ขอแนะนำในสิ่งที่เหมาะกับสภาพนักกีฬาในบ้านเรานะครับวิธีง่ายๆก็คือ การวิ่งเพื่อความอดทนโดยวิ่งรอบสนามอย่างน้อย 4 รอบ(1,600 เมตร) อย่างน้อย ประมาณ 1 เดือน แล้วจึงค่อยเพิ่มความเร็วโดยการวิ่งระยะสั้น สลับกับการวิ่งระยะยาว ต่อมาในเดือนที่ 2 เดือนที่ 3 ควรเน้นหนักในการฝึกการกระโดด ดังนี้
1.กระโดดข้ามกล่องกระดาษซึ่งมีความสูงประมาณ 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต กระโดดเท้าคู่ไปทางด้านข้าง ซ้ายที ขวาที
2.กระโดดยกเข่าแตะอก
3.กระโดดยกส้นเท้าแตะก้น
4.กระโดดข้ามกล่องกระดาษ 4 กล่องซึ่งวางเรียงกัน โดยแต่ละกล่องห่างกัน 2 ฟุต กระโดดเท้าคู่ข้ามทีละกล่องอย่างต่อเนื่อง
5.กระโดดเอามือแตะขอบแป้นบาส
6.กระโดดอยู่กับที่อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง พยายามเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เน้นการถีบตัวกระโดดให้สูงขึ้น
แต่มีข้อแนะนำวิธีการกระโดด เพราะเห็นนักกีฬาจำนวนมากที่บาดเจ็บหัวเข่า เนื่องจากกระโดด ไม่ถูกวิธี โดยการกระโดดที่ถูกวิธีนั้นจะต้องย่อตัวทั้งก่อนกระโดด และหลังการกระโดดขึ้นไปแล้ว
เมื่อปลายเท้าแตะพื้นจะต้องย่อตัวพร้อมทั้งเหยียบพื้นเต็มเท้า ก่อนการกระโดดจะต้องย่อตัวลง (ย่อตัวนะครับไม่ใช้ก้มตัว) เขย่งส้นเท้าขึ้น จิกปลายเท้าให้แน่นแล้วถีบ ตัวขึ้นไป
เมื่อลงสู่พื้นก็ใช้ปลายเท้าลงจึงตามด้วยส้นเท้าแล้วย่อตัว อย่าใช้ส้นเท้าลงก่อนปลายเท้าเพราะจะทำให้น้ำหนักทั้งตัว ลงที่ส้นเท้าจะเจ็บส้นเท้าและอาจเป็นรอยช้ำ
เมื่อเหยียบพื้นเต็มเท้า ให้ทิ้งตัวย่อลงอย่ายืนตัวแข็ง เพราะจะทำให้หัวเข่ารับน้ำหนัก และบาดเจ็บที่หัวเข่าได เมื่อฝึกทุกอย่างแล้วให้สลับฝึกทุกวันเช่น วิ่งระยะยาว วิ่งเร็ว กระโดด ความคล่องตัว
ทำเป็นประจำคุณก็จะสามารถกระโดดได้สูงและลอยตัวในอากาศ ได้นานกว่าเดิมแน่นอน

ทำอย่างไรจึงยืนป้องกันได้ดี 


การยืนป้องกันจะต้องอยู่ ในท่าย่อตัวหรือท่าสมดุล ยืนเต็มฝ่าเท้า น้ำหนักอยู่กึ่งกลางฝ่าเท้าทั้งสองข้างและให้มี ความรู้สึกว่าน้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ที่ก้นคล้ายกับว่าเรานั่งบนเก้าอี้
เมื่ออยู่ในท่าย่อขณะป้องกันจะต้องมองไปที่ท้องของผู้ถือบอล ยืนห่างจากผู้ถือบอล 1 ช่วงแขน ห้ามมองที่ตาหรือบอลเด็ดขาด(เพราะอาจโดนหลอกเอาง่ายๆ)
บอลจะเคลื่อนไปได้ด้วยมือโยกไปมา แต่ถ้าร่างกายเคลื่อนจะต้องมีการเคลื่อนไหวทั้งลำตัว ดังนั้นท้องจะต้องเคลื่อนไปด้วย ถ้าท้องเคลื่อนจึงค่อยเคลื่อนไปตามทิศทาง ที่ท้องเคลื่อนไป
ทำอย่างไรให้เลี้ยงบอลได้คล่อง
 
สิ่งแรกที่จะทำให้เราเลี้ยงบอลคล่องแคล่วว่องไว จนกระทั่งสามารถหลบหลีกการป้องกันของคู่แข่งขัน คือ "การจัดลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง"
ท่าทางที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในท่าย่อตัว หรือถ้าจะพูดให้เกิดภาพที่ชัดเจนคือท่า "นั่งเก้าอี้" ถ้าถนัดมือขวาให้ใช้เท้าซ้ายอยู่เหนือเท้าขวา
ช่องว่างระหว่างเท้ากว้างกว่าหัวไหล่ เท้าซ้ายคล่มบังบอลทำมุมประมาณ 45 องศา กับเท้าขวา (ทิศทางที่จะเลี้ยงไปถือว่าเป็นมุม 90 องศา กับลำตัวที่ยืนตรง เท้าซ้ายทำมุม 45 องศา กับด้านขวาของลำตัว)
ในขณะที่หัวไหล่ทำมุมประมาณ 25 องศา ยกแขนซ่ายขึ้นในขณะที่เลี้ยงบอลช้าหรือขณะที่มีผู้ป้องกันจะเข้ามาแย่งบอล
เมื่ออยู่ในลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง ผู้ป้องกันจะไม่สามารถแย่งบอลได้ ถ้าผู้ป้องกันเข้ามาทางด้านขวามือ ผู้เลี้ยงจะหมุนตัวกลับเปลี่ยนทิศทางไปด้านซ้ายมือ
โดยเปลี่ยนเลี้ยงบอลด้วยมือซ้ายและยกมือขวาขึ้นมาบังด้านหน้าไว้ ฝึกการเปลี่ยนทิศทางการพาบอล
เช่น เปลี่ยนจากขวาไปซ้ายด้านหน้า เปลี่ยนจากซ้ายไปขวาด้านหน้า เปลี่ยนโดยการหมุนตัว เปลี่ยนโดยารตวัดหลัง เปลี่ยนโดยลอดระหว่างขา
ฝึกเลี้ยงบอลทุกวันโดยการพยายามจับจังหวะการขึ้นลงของบอลให้มือควบคุมลูกบอลได้ตลอดเวลา เมื่อ ประมาทสั่งให้ทำอะไรมือก็ต้องทำได้เช่น
ให้ไปซ้ายมือก็ต้องพาบอลไปด้านซ้าย เป็นต้น อย่าลืมนะครับการที่จะเลี้ยงบอลคล่องต้องฝึกตามวิธีการที่ถูกต้องทุกวัน

กีฬาบาสเกตบอล

ต่อมา  พ.ศ. 2495  ได้จัดแข่งขันประเภทประชาชนขึ้นอีก  สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายเมื่อ พ.ศ.2496  และเป็นสมาชิกของสหพันธ์ระหว่างประเทศ  เมื่อวันที่  10  กรกฎาคม  พ.ศ. 2496  เช่นกัน   ถึงแม้ว่าในกฎจะไม่กำหนดตำแหน่งใด ๆ ของผู้เล่น แต่เรื่องนี้มีวิวัฒนาการจนเป็นส่วนหนึ่งของบาสเกตบอล ในช่วงห้าสิบปีแรกของเกม จะใช้ การ์ดสองคน ปีกสองคน และเซ็นเตอร์หนึ่งคนในการเล่น ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา มีการแบ่งตำแหน่งชัดเจนขึ้นเป็น พอยท์การ์ด (หรือการ์ดจ่าย) ชู้ตติ้งการ์ด สมอลฟอร์เวิร์ด เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และ เซ็นเตอร์ ในบางครั้งทีมอาจเลือกใช้ การ์ดสามคน แทนฟอร์เวิร์ดหรือเซ็ตเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า three guard offense
  
อ้างอิงจาก petchaaa.blogspot.com2009081980-three-guar... 
ตำแหน่งในการเล่นบาสเกตบอล 
ประกอบด้วย
Laughing  เซ็นเตอร์ (center)
          เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล เซ็นเตอร์มักจะเป็นผู้เล่นที่ตัวสูงที่สุดในทีม และถ้าให้ดีต้องมีกล้ามเนื้อเป็นมัดและมีน้ำหนักตัวม ากอีกด้วย เซ็นเตอร์ในเอ็นบีเอโดยทั่วไปสูง 6 ฟุต 10 นิ้ว (2.08 เมตร) หรือมากกว่า
ในหลาย ๆ กรณี บทบาทหลักของเซ็นเตอร์ คือการเป็นตัวผู้เล่นที่ใหญ่มาก และใช้ข้อได้เปรียบเรื่องขนาดมาทำคะแนนหรือป้องกันใน จุดที่ใกล้ห่วง เซ็นเตอร์ที่มีขนาดใหญ่และมีทักษะความสามารถทางกีฬาถ ือเป็นสมบัติที่มีค่าของทีม
Laughing เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด (power forward)
          เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล ซึ่งนิยมเรียกเป็นตำแหน่งหมายเลขสี่ (four) ในแผนการเล่น เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเล่นคล้ายกับเซ็นเตอร์ที่เรียกว่า โพสต์ (post) โลว์บล็อก (low blocks) เวลาบุกจะเล่นหันหลังให้แป้น และเมื่อเล่นเกมรับแบบแมน-ทู-แมน จะยืนบริเวณใต้ห่วง ในอดีตผู้เล่นตำแหน่งนึ้มีหน้าที่ตั้งรับและรีบาวด์มากกว่าเซ็นเตอร์ แต่ปัจจุบันมีเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดฝีมือดีจำนวนมาก เช่น คริส เว็บเบอร์ (Chris Webber) เดิร์ก โนวิตสกี (Dirk Nowitzki) และ เควิน การ์เน็ต (Kevin Garnett) เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดในสมัยนี้จึงรับผิดชอบเรื่องการทำ คะแนนมากกว่า และไม่ค่อยมีบทบาทการตั้งรับเท่าเซ็นเตอร์  โดยทั่วไปเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นผู้เล่นที่ตัวใหญ่ ถึงตัวจะไม่สูงเท่าเซ็นเตอร์ แต่มีร่างกายกำยำกว่า พวกเขามักถูกคาดหวังให้วิ่งตามรีบาวด์ลูก และทำคะแนนที่ระยะใกล้แป้นแทนที่จะกระโดดชู้ตจากระยะ ไกล เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเกมรับแต่ในเ รื่องการบล็อกลูกมักตกเป็นของเซ็นเตอร์
Sealedสมอลฟอร์เวิร์ด (small forward)
          เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล สมอลฟอร์เวิร์ดมักผอมเรียวกว่า เตี้ยกว่า แต่เร็วกว่า ผู้เล่นตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดและเซ็นเตอร์ แต่หลายครั้งก็อาจสูงเท่ากัน ชื่อสมอลฟอร์เวิร์ดอาจบ่งบอกว่าตัวเล็กแต่นักบาสเกตบ อลระดับอาชีพในเอ็นบีเอไม่เป็นเช่นนั้น สมอลฟอร์เวิร์ดมักมีส่วนสูงระหว่าง 6 ฟุต 5 นิ้ว ถึง 6 ฟุต 11 นิ้ว (1.96 ถึง 2.13 เมตร)
หน้าที่หลักของสมอลฟอร์เวิร์ดคือการทำคะแนน แต่บางคนมีหน้าที่เป็นพอยท์ฟอร์เวิร์ดและรับผิดชอบกา รส่งบอลด้วย แต่อย่างไรก็ตามสมอลฟอร์เวิร์ดส่วนใหญ่ก็เป็นตัวทำคะ แนนให้ทีม ส่วนรูปแบบการทำคะแนนแตกต่างกันออกไปขึ้นกับนักกีฬา บางคนเป็นคนชู้ตที่แม่นจากระยะไกล แต่บางคนชอบที่จะกระแทกเข้าหาห่วงเพื่อทำแต้ม แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการที่ได้ฟาล์วจากผู้เ ล่นฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาป้องกัน การชู้ตลูกโทษที่แม่นยำถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับส มอลฟอร์เวิร์ด และหลายคนทำคะแนนจากการชู้ตลูกโทษได้เป็นจำนวนมาก
Surprisedชู้ตติ้งการ์ด (shooting guard)
          เป็นหนึ่งในตำแหน่งผู้เล่นในทีมบาสเกตบอล มักจะตัวเตี้ยกว่า ผอมกว่า และเร็วกว่าฟอร์เวิร์ด และมักรับหน้าที่ทำคะแนนและคุมผู้เล่นวงนอกที่เก่งที ่สุดของของฝ่ายตรงข้าม ชื่อเรียกอื่นชู้ตติ้งการ์ดได้แก่ ทูการ์ด (2-guard), บิ๊กการ์ด (big guard) และ ออฟการ์ด (off guard) แต่บางทีมก็มอบหมายหน้าที่ในการนำลูกเข้าแดนฝ่ายตรงข ้ามด้วย เรียกผู้เล่นเหล่านี้ว่า คอมโบการ์ด (combo guard) ชู้ตติ้งการ์ดหลายคนที่มีรูปร่างใหญ่สามารถเล่นตำแหน ่งสมอลฟอร์เวิร์ดได้ด้วย ผู้เล่นที่สามารถเล่นสลับระหว่างชู้ตติ้งการ์ดกับสมอ ลฟอร์เวิร์ดเรียกว่า สวิงแมน (swingman)
แม้ว่าชู้ตติ้งการ์ดหลายคนเป็นผู้ที่สามารถจัมพ์ชู้ต (jump shoot, ชู้ตลูกระหว่างการกระโดด) ระยะไกลได้ดีที่สุดในทีม ส่วนใหญ่ยังสามารถนำลูกไปทำคะแนนใกล้ห่วงได้ดีอีกด้ว ย ชู้ตติ้งการ์ดที่ดีควรมีทักษะการส่งลูกที่ดีพอควรแต่ หน้าที่หลักของชู้ตติ้งการ์ดคือการทำคะแนน
Tongue outพอยต์การ์ด หรือ การ์ดจ่าย (point guard)
          เป็นผู้เล่นตำแหน่งหนึ่งในบาสเกตบอล พอยต์การ์ดมักเป็นผู้เล่นที่มีรูปร่างเล็กที่สุดในที มและมีหน้าที่เฉพาะ คือดูแลการบุกของทีมโดยควบคุมลูกและส่งลูกไปยังผู้เล ่นที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม พอยต์การ์ดมักเป็นผู้ที่นำลูกไปยังสนามฝั่งตรงข้ามเพ ื่อเริ่มเกมบุก ดังนั้นทักษะการส่งลูกและสายตาที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก การประเมินพอยต์การ์ดมักดูจากจำนวนแอสซิสต์มากกว่าคะ แนนที่ทำได้ อย่างไรก็ตามพอยต์การ์ดชั้นนำควรชู้ตลูกจากระยะไกลได ้ดี
พอยต์การ์ดยังควรมีความเป็นผู้นำเหมือนผู้เล่นตำแหน่ งควอเตอร์แบ็คในอเมริกันฟุตบอล เป็นหน้าที่ของพอยต์การ์ดที่ทำให้ทีมทำคะแนนได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งลูก การกำหนดแผนการเล่น การจ่ายลูกไปยังเพื่อนร่วมทีมที่คิดว่าอยู่ในตำแหน่ง ที่ดีที่สุดในการทำแต้ม และควบคุมจังหวะความเร็วของเกม หลายครั้งนักพากย์กีฬาเรียกพอยต์การ์ดว่าเป็นโค้ชในส นาม หรือแม่ทัพในสนาม (coach on the floor, floor general)
รีบาวด์ : การจับลูกหลังการชู้ตลูกพลาด รีบาวด์ถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในเกม เพราะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนมือระหว่างการรุกและรับในบาสเกตบอล รีบาวด์ แบ่งได้เป็น
 Winkออฟเฟนซิฟรีบาวด์ (offensive rebound) คือ ฝ่ายบุกที่ชู้ตลูกพลาดสามารถแย่งลูกกลับมาใหม่ได้ จึงสามารถชู้ตทำคะแนนได้อีก นอกจากนี้ถ้าผู้เล่นสามารถเคาะให้ลูกที่กำลังกระเด้งออกจากแป้นบาสให้เข้าไป ในห่วงได้ก็ถือเป็นออฟเฟนซิฟรีบาวด์เช่นกัน
Yellดีเฟนซิฟรีบาวด์ (defensive rebound) คือ การที่ฝ่ายรับสามารถคว้าลูกไว้ได้หลังจากที่อีกฝ่ายหนึ่งชู้ตพลาด
                                                อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index3.html
กติกาการเล่นบาสเกตบอล
          เกมจะแบ่งการเล่นเป็น 4 ควาเตอร์ (quarter) แต่ละควาเตอร์มี 10 นาที (สากล) หรือ 12 นาที (เอ็นบีเอ) ช่วงพักครึ่งนาน 15 นาที ส่วนพักอื่นๆ ยาว 2 นาที ช่วงต่อเวลา (overtime) ยาว 5 นาที ทีมจะสลับด้านสนามเมื่อเริ่มครึ่งหลัง เวลาจะเดินเฉพาะระหว่างที่เล่น และนาฬิกาจะหยุดเดินเมื่อเกมหยุด เช่น เมื่อเกิดการฟาล์ว หรือระหว่างการชู้ตลูกโทษ เป็นต้น ดังนั้นเวลาทั้งหมดที่ใช้แข่งมักยาวกว่านี้มาก (ประมาณสองชั่วโมง)  ในขณะใดขณะหนึ่งจะมีผู้เล่นในสนามฝ่ายละห้าคน และจะมีผู้เล่นสำรองสูงสุดทีมละเจ็ดคน สามารถเปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัดและเปลี่ยนได้เฉพาะเมื่อเกมหยุด ทีมยังมีโค้ชที่ดูแลทีมและวางกลยุทธ์ในการเล่น รวมถึงผู้ช่วยโค้ช ผู้จัดการทีม นักสถิติ แพทย์ และเทรนเนอร์ 
เครื่องแบบนักกีฬาสำหรับทีมชายและหญิงตามมาตรฐานได้แก่ กางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามที่มีหมายเลขผู้เล่นชัดเจนพิมพ์ทั้งด้านหน้าและ ด้านหลัง รองเท้าเป็นรองเท้ากีฬาหุ้มข้อเท้า อาจมีชื่อทีม ชื่อนักกีฬา และสปอนเซอร์ ปรากฏบนชุดด้วยก็ได้
แต่ละทีมจะได้เวลานอกจำนวนหนึ่งสำหรับให้โค้ชและผู้เล่นปรึกษากัน มักยาวไม่เกินหนึ่งนาที ยกเว้นเมื่อต้องการโฆษณาระหว่างการถ่ายทอดสด
เกมควบคุมโดยกรรมการและหัวหน้ากรรมการผู้ตัดสินในสนาม และกรรมการโต๊ะ กรรมการโต๊ะมีหน้าที่บันทึกคะแนน ควบคุมเวลา บันทึกจำนวนฟาล์วผู้เล่นและฟาล์วทีม ดูเรื่องการเปลี่ยนตัว โพเซสซันแอร์โรว์ และช็อตคล็อก
กติกาว่าด้วย 3 วินาที
ผู้เล่นจะต้องไม่อยู่ภายในเขตกำหนดเวลาของคู่แข่งขันต่อเนื่องกันเกินกว่า 3 วินาที เขตนี้อยู่ระหว่างเส้นหลังและขอบนอกของเส้นโยนโทษ ในขณะที่ทีมของตนกำลังครอบครองลูกบอล
กติกาว่าด้วย 3 วินาที จะใช้บังคับทุกกรณี เช่น ลูกบอลออกนอกเขตสนาม จะเริ่มการนับเวลาตั้งแต่งผู้เล่นจะส่งบอลเข้า เล่นได้ยืนอยู่นอกสนามและมีลูกบอลอยู่ในครอบครอง ซึ่งกติกาทั้งหมดเกี่ยวกับการสิ้นสุดเวลาของการแข่งขันจะถูกบังคับใช้เกี่ยว กับ การทำผิดกติกาว่าด้วย 30 วินาที

การทำฟาวล์ 
 ฟาวล์บุคคล คือการที่ผู้เล่นได้ถูกต้องตัวฝ่ายคู่ต่อสู้
- การสกัดกั้น ถือว่าเป็นการถูกต้องตัวในเมื่อเข้าไปกีดกั้นคู่ต่อสู้ที่ไม่มีบอลไม่ให้ก้าวไป
        - การจับหรือยึด ถือว่าเป็นการถูกต้องตัว เพราะเป็นการกีดกั้นไม่ให้คู่ต่อสู้เคลื่อนที่ไปตามปกติ
                         - การเข้าป้องกันข้างหลัง ผู้เล่นฝ่ายป้องกันที่พยายามเข้าครอบครองลูกบอลต้องไม่ถูกต้องตัวผู้เล่น ถ้าผู้เล่นป้องกันถูกตัวผู้เล่นฝ่ายหนึ่ง โดยการพยายามเข้าครอบครองบอลจากระยะ หรือฐานะที่ตนไม่อยู่ ในเกณฑ์ที่จำกระทำได้ก่อน จะถูกลงโทษ
                            - ผู้เล่นต้องไม่จับ ยึด ชน ขัดขา กีดกันการเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้ โดยใช้แขนกางออกใช้ไหล่ สะโพก เข่า หรือโดยการก้มตัวลงอย่างผิดธรรมดา และต้องไม่ใช้มือแตะต้องคู่ต่อสู้
                            - ผู้เลี้ยงลูก ต้องไม่ชนหรือถูกต้องตัวคู่ต่อสู้ระหว่างเลี้ยงลูกเข้าไป หรือต้องไม่พยายามเลี้ยงลูกเข้าไปในระหว่างผู้เล่นฝ่ายป้องกัน 2 คน หรือ ระหว่างคู่ต่อสู้กับเส้นเขตสนาม เว้นแต่จะมีที่พอแล้วหลบหลีกไป
                           - ผู้เล่นกีดกัน คือพยายามขวางคู่ต่อสู้มิให้ผ่านไปสู่จุดหมายและผู้ที่ไม่พยายามเล่นลูก ถ้าเกิดถูกต้อง ตัวกันขึ้น ตนเองต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ
การฟาวล์ 5 ครั้ง
        ผู้เล่นใดกระทำฟาวล์ 5 ครั้ง จะเป็นฟาวล์บุคคลหรือฟาวล์เทคนิค ต้องออกจากการแข่ง
อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index2.html
การส่งลูก
การส่งลูกบาสเกตบอลมี 9 วิธี
1.ส่งลูกสองมือระดับอก
จับบอลด้วยมือทั้งสอง ปลายนิ้วอยู่บริเวณด้านข้างของลูก หัวแม่มือทั้งสองเกือบชิดกันทางด้านหลังของลูก งอและกางศอกออกจากลำตัวเล็กน้อย ถือบอลระดับอก ขณะส่งลูกให้ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งไปข้างหน้าในทิศทางตรงกับผู้รับ เหยียดแขนตรงออกไป หักข้อมือลงเล็กน้อย ใช้นิ้วมือออกแรงผลักลูก นิ้วหัวแม่มือจะอยู่ลักษณะชี้ลงพื้นเมื่อส่งลูกออกไปเสร็จแล้ว ลูกบอลจะถูกส่งออกไปเป็นเส้นตรง
2.ส่งลูกสองมือเหนือศีรษะ
ยืนให้เท้าห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้า จับบอลเหมือนกับการส่งลูกสองมือระดับอก แขนงอเล็กน้อยแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะพร้อมทั้งชูบอลขึ้น ขณะส่งให้ก้าวเท้าไปข้างหน้าสั้นๆ แล้วส่งบอลไปข้างหน้า พร้อมส่งท่อนแขนตามออกไปด้วย ให้ส่งลูกด้วยข้อมือและปลายนิ้วมือด้วยการกดข้อมือลงพื้นหลังจากส่งบอลไป แล้ว
3.ส่งลูกกระดอน เริ่มจากการส่งลูกล่างสองมือหรือลูกจากระดับอกต่ำๆ
4.ส่งลูกมือเดียวเหนือไหล่
สองมือจับบอล ก้าวขาหนึ่งไปข้างหน้า เหยียดแขนข้างที่ไม่ได้ใช้ส่งลูกชี้ไปยังทิศทางที่ผู้รับยืนอยู่ เมื่อจะส่งให้ดึงบอลไปข้างหลังด้วยมือข้างที่จะใช้ส่ง ดันเท้าที่อยู่ข้างหลังไปข้างหน้า ผลักส่งลูกออกจากมือ ขณะส่งลูกดันแขนเหยียดตรงไปข้างหน้าพร้อมกระดกข้อมือด้วย
5.ส่งลูกสองมือด้านข้าง
ยืนจับบอลด้วยท่าทางมั่นคงแข็งแรง จับบอลทั้งสองมือแล้วยกขึ้นเหนือระดับเอวพร้อมเหวี่ยงแขนทั้งสองออกไปด้าน ขวา ก้าวเท้าซ้ายไขว้ไปด้านข้างขวาพร้อมก้มตัวลงเล็กน้อยให้น้ำหนักอยู่ระหว่าง เท้าทั้งสอง ส่งบอลไปยังผู้รับด้วยกำลังแขนทั้งสอง ควรส่งด้วยปลายนิ้ว
6.ส่งลูกมือเดียวด้านข้าง
ปฏิบัติเหมือนกับการส่งลูกสองมือด้านข้าง ยกเว้นส่งด้วยมือเดียว ซึ่งการส่งลูกด้วยวิธีนี้อาจส่งลูกกระดอนพื้นได้ด้วย
 7.ส่งลูกฮุก หรือส่งแบบตวัดมือ จับบอลด้วยนิ้วมือทั้งสองข้าง กางข้อศอกออกเล็กน้อย ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหรือด้านข้างพร้อมเหวี่ยงบอลมาทางไหล่ขวา (ถนัดขวา) เมื่อปล่อยมือซ้ายที่ใช้ประคองลูกแล้วให้หงายมือขวาพร้อมยกเข่าขวาขึ้นด้าน หน้าให้สูงเท่าที่จะทำได้ ตวัดบอลข้ามศีรษะผู้ส่งออกไป ก่อนลูกบอลจะพ้นมือไปให้ตวัดข้อมือลงด้านล่างนิ้วชี้ลงพื้นดิน เหยียดแขนตามทิศทางลูกบอลที่ส่งออกไป
8.ส่งลูกสองมือล่าง หรือส่งลูกระดับเอว
ยืนให้เท้าขนานกัน หรือเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้า สองมือจับบอล กางนิ้วออกให้มากที่สุดโดยปลายนิ้วทั้งหมดชี้ลงพื้น ยกบอลไว้ที่เอว กางข้อศอกออกพร้อมก้มตัวลงเล็กน้อย ก้าวเท้าไปข้างหน้า 1 ก้าวพร้อมโยนบอลออกไปที่จุดหมายด้วยกำลังส่งของสองแขนแล้วกระดกข้อมือและ นิ้วมือขึ้น เหยียดแขนตามทิศทางของบอลพร้อมกับถ่ายน้ำหนักตัวไปที่เท้าหน้าทันที
9.ส่งลูกมือเดียวล่าง
ปฏิบัติเหมือนกับสองมือล่าง แต่แตกต่างที่มือที่อยู่ด้านหน้าบอลใช้เพื่อประคองขณะที่ดึงบอลมาด้านหลัง ก่อนส่งออกไป ใช้มือหลังเป็นมือที่ส่งบอลออกไปเพียงมือเดียว
อ้างอิงจาก 203.172.163.147stu23330index2.html
ชุดที่ผู้เล่นสวมใส่จะต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่อไปนี้
- เสื้อทีม
จะเป็นสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้นเสื้อที่มีลายทางแบบริ้วลายจะไม่อนุญาต ให้ใช้
- กางเกงขาสั้น
จะเป็นสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งทีม และจะต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้น 
ประโยชน์ของการเล่นบาสเกตบอล
กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ทำให้ผู้เล่นได้รับประโยชน์ดังนี้
๑.
ช่วยพัฒนาส่งเสริมสมรรถภาพด้านต่าง ๆ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
       อารมณ์และสังคมแก่บุคคล
๒.
ช่วยพัฒนาส่งเสริมกลไกการเคลื่อนไหวของร่างกาย (motor skills) ให้ทำงานประสาน
       กันดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือ เท้า สายตาให้เคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง
๓.
เป็นกิจกรรมนันทนาการสำหรับพักผ่อน คลายความตึงเครียด แก่ผู้เล่นและผู้ชม
๔.
ช่วยฝึกการตัดสินใจ และรู้จักคิดแก้ปัญหา ตลอดจนมีสมาธิที่ดี
๕.
ช่วยฝึกให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักให้อภัย
๖.
ใช้เป็นสื่อนำในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและส่วนรวม
๗.
ใช้เป็นสื่อนำในการจัดการกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาพลศึกษา
๘.
ผู้เล่นที่มีความสามารถจะทำชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง วงศ์ตระกูล และประเทศชาติ
๙.
เป็นวิชาชีพด้านหนึ่งสำหรับงานกีฬา เช่น การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลอาชีพ  เป็นต้น
 
มารยาทผู้เล่นที่ดี
๑.
มีความรู้เรื่องระเบียบและกฎกติกาการเล่น
๒.
แต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมต่อการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล
๓.
สุภาพทั้งกิริยาท่าทางตลอดจนคำพูด
๔.
ให้เกียรติและเชื่อฟัง ยอมรับคำตัดสินของผู้ตัดสิน
๕.
มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย
๖.
เป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา
๗.
ไม่ควรดูถูกความสามารถผู้อื่น จะด้วยวาจาหรือท่าทาง
๘.
ควรแสดงความยินดีและชมเชยเมื่อผู้เล่น เล่นได้ดี
๙.
ควรเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เล่นบ้างเมื่ออุปกรณ์มีจำกัด
๑๐.
ไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการยั่วยุหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม 

หน้าที่และอำนาจของผู้ตัด (Referee : Duties and powers)


 หน้าที่และอำนาจของผู้ตัด (Referee : Duties and powers)

ผู้ตัดสินจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ :
5.1 ต้องตรวจสอบและรับรองอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ระหว่างการแข่งขัน

5.2 ต้องกำหนดนาฬิกาแข่งขัน เครื่องจับเวลา 24 วินาที นาฬิกาจับเวลา และยอมรับเจ้าหน้าที่โต๊ะทุกคนด้วย

5.3 ต้องไม่อนุญาตให้ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งสวมใส่อุปกรณ์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บ

5.4 ดำเนินการเล่นลูกกระโดดที่วงกลมกลางสนามในการเริ่มการแข่งขัน ช่วงการเล่นที่ 1 ช่วงการเล่นที่ 3 และช่วงต่อเวลาพิเศษ

5.5 มีอำนาจสั่งหยุดเกมการแข่งขันได้เมื่อเห็นว่ามีสถานการณ์อันควรแก่เหตุเกิดขึ้น

5.6 มีอำนาจตัดสินใจปรับให้ทีมแพ้ในเกมการแข่งขันนั้นถ้าทีมปฎิเสธการแข่งขันหลังจากสั่งให้ทีมแสดงการกระทำการขัดขวาง
ไม่ให้เริ่มการแข่งขัน

5.7 ต้องตรวจใบบันทึกคะแนนอย่างละเอียด เมื่อสิ้นสุดเวลาการแข่งขันสำหรับช่วงขันสำหรับช่วงการเล่นที่ 2 ช่วงการเล่นที่ 4
และช่วงต่อเวลาพิเศษ (ถ้ามี)หรือเวลาใดก็ได้ที่จำเป็นต้องรับรองคะแนน

5.8 ต้องตัดสินใจครั้งสุดท้ายไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม ถ้าจำเป็นหรือเมื่อผู้ตัดสินไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ อาจจะปรึกษากับผู้ช่วยผู้ตัดสิน
กรรมการเทคนิค และ/หรือเจ้าหน้าที่โต๊ะ

5.9 มีอำนาจตัดสินใจเหตุการณ์ ใด ๆ ก็ได้ที่ไม่ได้ระบุไว้ในกติกา

ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่โต๊ะ และกรรมการเทคนิค (Officials,Table Officials and Commissioner )

ข้อ 4 ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่โต๊ะ และกรรมการเทคนิค (Officials,Table Officials and Commissioner )

4.1 ผู้ตัดสิน (Officials) จะมีผู้ตัดสิน (Referee) และผู้ช่วยตัดสิน (Umpire)
มีผู้ช่วยเป็นเจ้าหน้าที่โต๊ะและกรรมการเทคนิคสิ่งที่เพิ่มในปัจจุบันนี้คือ ถ้าเป็นการแข่งขันของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ
คณะกรรมการโซน หรือสมาคมแห่งประเทศ เป็นผู้ที่มีอำนาจประยุกต์ใช้ระบบผู้ตัดสิน 3 คน นั่นคือ ผู้ตัดสิน 1 คน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน
2 คน

4.2 เจ้าหน้าที่โต๊ะ (Table officials)
จะมีผู้บันทึกคะแนนผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนน ผู้จับเวลาแข่งขัน และผู้จับเวลา 24 วินาที

4.3 กรรมการเทคนิค (Commissioner) อาจร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ซึ่งนั่งอยู่ระหว่างผู้บันทึกคะแนนกับผู้จับเวลาแข่งขันมีหน้าที่ระหว่างเกมการแข่งขัน คือคอยชี้แนะเกี่ยวกับงานของเจ้าหน้าที่โต๊ะ
รวมถึงผู้ตัดสินและผู้ช่วยสินผู้ตัดสิน เพื่อให้เกมการแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

4.4 เป็นการสุดวิสัยที่จะกำหนดว่าผู้ตัดสินของแต่ละเกมการแข่งขันจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ส่งทีม
เข้าร่วมแข่งขันในสนาม

4.5 ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่โต๊ะ หรือกรรมการเทคนิค จะควบคุมดูแลเกมการแข่งขันให้สอดคล้องกับกติกา ไม่มีอำนาจใด ๆ
ที่จะตกลงให้มีการเปลี่ยนแปลงกติกา

4.6 ชุดแต่งกายของผู้ตัดสิน ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงขายาวสีดำ รองเท้าบาสเกตบอลสีดำ และถุงเท่าสีดำ

4.7 สำหรับการแข่งขันระดับสำคัญของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ เจ้าหน้าที่โต๊ะควรจะแต่งกายให้เป็นแบบเดียวกัน

ข้อ 3 อุปกรณ์ (Equiqment)

ข้อ 3 อุปกรณ์ (Equiqment)

สำหรับรายละเอียดที่อธิบายถึงอุปกรณ์บาสเกตบอล ให้ดูในภาคผนวกเกี่ยวกับอุปกรณ์บาสเกตบอล
3.1 กระดานหลัง และสิ่งยึดกระดานหลัง (Backboards and backboard supports)
3.1.1 กระดานหลังที่สร้างขึ้นต้องทำด้วยวัสดุโปร่งใส (เลือกใช้กระจกนิรภัย) แผ่นเดียวกันตลอด ถ้าทำด้วยวัสดุอื่นที่ไม่
โปร่งใสจะต้องทาพื้นสีขาว

3.1.2 ขนาดความกว้าง ยาว และหนาของกระดานหลังตามแนวนอนจะเป็น 1.80 เมตร และตามแนวตั้ง 1.50 เมตร

3.1.3 เส้นทุกเส้นบนกระดานหลังจะต้องเขียนดังต่อไปนี้
- เป็นสีขาว ถ้ากระดานเป็นวัตถุโปร่งใส
- เป็นสีดำ ถ้ากระดานหลังเป็นวัสดุอื่น
- เส้นมีขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร
เพิ่มเติม หน้ากระดานเหนือห่วงให้เขียนดังนี้
       เขียนรูปสี่เหลี่ยมมุมมฉากด้วยเส้นกว้าง 5 ซ.ม ตรงหลังห่วงประตู วัดริมนอกด้านขวางยาว 59 ซ.ม และด้านตั้งยาว 45 ซ.ม
ริมบนสุดของเส้นด้านฐานอยู่ในระดับเดียวกับขอบห่วง


3.1.4 พื้นผิวหน้าของกระดานหลังจะต้องเรียบ

3.1.5 กระดานหลังต้องติดยึดอย่างมั่นคง
- ที่เส้นหลังแต่ละด้านของสนามแข่งขัน โดยติดตั้งสิ่งยึดกระดานให้ตั้งฉากกับพื้น ขนานกับเส้นหลัง
- จุดกึ่งกลางของพื้นผิวด้านหน้าของกระดานหลัง ทิ้งดิ่งลงมายังพื้นสนามแข่งขัน จะสัมผัสจุดบนพื้น ซึ่งมีระยะห่าง
1.20 เมตร จากจุดกึ่งกลางของขอบในของเส้นหลังแต่ละเส้น

3.1.6 เบาะหุ้มกระดานหลัง

3.1.7 สิ่งยึดกระดานหลัง
- ด้านหน้าของสิ่งยึดกระดานหลังที่สร้างขึ้น (หุ้มเบาะตลอด) ต้องอยู่ห่างจากขอบของเส้นหลังอย่างน้อย 2 เมตร มีสีสดใส
แตกต่างจากพื้นหลัง เพื่อให้ผู้เล่นมองเห็นได้อย่างชัดเจน
- สิ่งยึดกระดานหลังต้องติดตั้งอย่างมั่นคงบนพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้เคลื่อนที่เมื่อมีแรงกระแทรก
- สิ่งยึดกระด้านหลังที่อยู่ด้านหลังต้องหุ้มเบาะต่ำกว่าพื้นผิวของสิ่งยึดมีระยะห่างจากด้านหน้าของกระดานหลัง 1.20 เมตร
ความหนาของเบาะหุ้ม 5 เซนติเมตร และต้องมีคุณสมบัติเหมือนกับเบาะหุ้มกระดานหลัง
- สิ่งยึดกระดานหลังทั้งหมดต้องหุ้มเบาะเต็มพื้นที่ฐานของสิ่งยึดกระดานหลังสูงจากพื้นอย่างน้อย 2.15 เมตร บนสิ่งยึดด้าน
ข้างสนาม มีความหนาเบาะหุ้ม 10 เซนติเมตร

3.1.8 เบาะหุ้มกระดานหลังที่สร้างขึ้นจะป้องกันแขนมือจากการปัด


3.2 ห่วงประตู (Baskets)
ห่วงประตูต้องประกอบด้วย ห่วงและตาข่าย

3.2.1 ห่วง (The Rings) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
- วัสดุต้องเป็นเหล็กกล้าแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลางวัดจากขอบในไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร ทาด้วยสีส้ม
- โลหะที่ใช้ทำห่วงจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดจากขอบในอย่างน้อย 16 เซนติเมตร และไม่เกิน 2.0 เซนติเมตรพร้อมด้วยที่ยึดตาข่าย
ด้านล่างสำหรับเกี่ยวตาข่ายในลักษณะป้องกันนิ้วมือไปเกี่ยวจากการปัดซึ่งเป็นการป้องกันการยิงประตู
- ตาข่ายจะผูกติดกับห่วงแต่ละด้านในตำแหน่งที่ต่างกัน 12 จุด มีระยะห่างเท่ากันรอบห่วง การผูกติดกันของตาข่ายจะต้อง
ไม่คมหรือมีช่องว่างที่นิ้วมือสามารถเขาไปเกี่ยวได้
- ห่วงจะต้องยึดติดกับโครงสร้างที่ยึดกระดานหลังโดยไม่ทำให้เกิดแรงส่งตรงไป ยังห่วงซึ่งไม่สามารถทำให้กระดานหลังสั่น
ด้วยตัวของมันเองดังนั้น จะไม่เป็นการปะทะโดยตรงของห่วงระหว่างสิ่งค้ำที่เป็นโลหะกับกระดานหลัง (กระจกหรือวัสดุโปร่งใสอื่น)
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างจะต้องแคบพอเพื่อป้องกันนิ้วมือเข้าไปเกี่ยว
- ขอบบนสุดของห่วงแต่ละข้างจะต้องอยู่ในตำแหน่งตามแนวนอน สูง 3.05 เมตร จากพื้นสนามซึ่งกระดานหลังมีความสูง
เท่ากันทั้ง 2 ด้าน
- จุดที่ใกล้ที่สุดของขอบในของห่วงจะต้องห่าง 15 เซนติเมตร จากด้านหน้าของกระดานหลัง

3.2.2 ห่วงที่มีแรงอัด อาจจะใช้ในการแข่งขันได้

3.2.3 ตาข่าย (The nets) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
- เป็นด้ายสีขาว แขวนติดกับห่วงและมีความฝืดเพื่อทำให้ลูกบอลผ่านห่วงประตูช้ากว่าปกติ ตาข่ายต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า
40 เซนติเมตร และไม่เกิน 45 เซนติเมตร
- ตาข่ายแต่ละข้างต้องมีห่วง 12 จุด สำหรับเกี่ยวติดกับห่วง
- ส่วนบนของตาข่ายต้องยืดหยุ่นได้เพื่อป้องกันสิ่งต่อไปนี้
- ตาข่ายเกี่ยวติดห่วง สะบัดขึ้นไปบนห่วงทำให้เกิดปัญหาตาข่ายเกี่ยวติดห่วง
- ลูกบอลค้างในตาข่ายหรือกระดอนออกจากตาข่าย

3.3 ลูกบาสเกตบอล (Basketballs)

3.3.1 ลูกบอล ต้องเป็นรูปทรงกลมและมีสีส้ม ซึ่งได้รับการรับรอง มี 8 ช่องกลีบ ตามแบบเดิม กรุและเย็บเชื่อต่อกัน

3.3.2 ผิวนอกต้องทำด้วยหนัง หนังที่เป็นสารสังเคราะห์ ยาง หรือวัสดุสารสังเคราะห์

3.3.3 ลูกบอลจะขยายตัวเมื่อสูบลมเข้าไป ถ้าปล่อยลงสู่พื้นสนามจากความสูงโดยประมาณ 1.80 เมตร วัดจากส่วนล่าง
ของลูกบอล ลูกบอลจะกระดอนขึ้นสูงวัดจากส่วนบนสุดจากของลูกบอลระหว่าง 1.20 เมตร ถึง 1.40 เมตร

3.3.4 ความกว้างของช่องกลีบที่เชื่อมต่อกันของลูกบอลต้องไม่มากกว่า 0.635 เซนติเมตร

3.3.5 ลูกบอลต้องมีเส้นรอบวงไม่น้อยกว่า 74.9 เซนติเมตร และไม่มากกว่า 78 เซนติเมตร (ลูกบอลเบอร์ 7) จะต้องมีน้ำหนัก
ไม่น้อยกว่า 567 กรัม และไม่มากกว่า 650 กรัม

3.3.6 ทีมเหย้า (The home team) ต้องเตรียมลูกบอลที่ใช้แล้วโดยได้รับการยินยอมจากผู้ตัดสินอย่างน้อย 2 ลูก ผู้ตัดสินต้อง
พิจารณาเลือกลูกบอลที่ถูกต้องเพียงลูกเดียว ถ้าลูกบอลทั้ง 2 ลูก (ing team) หรือเลือกลูกบอลที่ใช้ในการอบอุ่นร่างกายมา
ใช้แข่งขันก็ได้

3.4 อุปกรณ์เทคนิค (Technical equipment)
อุปกรณ์เทคนิคต่อไปนี้ต้องเตรียมโดยทีมเหย้าและต้องดำเนินการ โดยผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่โต๊ะ
3.4.1 นาฬิกาแข่งขันและนาฬิกาจับเวลา (Game clock and stopawtch)

3.4.1.1 นาฬิกาแข่งขันจะต้องใช้สำหรับช่วงการเล่นและช่วงพักการแข่งขัน และจะต้องติดตั้งให้ทุกคนที่เกี่ยวกับเกมการ
แข่งขันมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงผู้ชมด้วย

3.4.1.2 นาฬิกาจับเวลา (ไม่ใช่นาฬิกาแข่งขัน) จะต้องใช้สำหรับการจับเวลานอก

3.4.1.3 ถ้านาฬิกาแข่งขันติดตั้งไว้ที่กึ่งกลางเหนือสนามแข่งขัน ต้องมีนาฬิกาแบบเดียวกันเพิ่มขึ้นมาแต่ละด้านของสนาม
ด้านหลัง สูงพอประมาณ สามารถที่จะให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงผู้ชมด้วย
นาฬิกาแข่งขันที่เพิ่มนี้ จะต้องแสดงเวลาการแข่งขันที่เหลือ

3.4.2 เครื่องจับเวลา 24 วินาที (24 second device)

3.4.2.1 เครื่องจับเวลา 24 วินาที ต้องมีควบคุมเครื่องและแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ตัวเลขระบบดิจิตอลแบบนับถอยหลังแสดงเวลาเป็นวินาที
- ไม่แสดงตัวเลขบนเครื่องจับเวลา 24 วินาที เมื่อไม่มีทีมใดครอบครองบอล
- ความสามารถในการหยุดและเดินนับถอยหลังอย่างต่อเนื่องเมื่อเครื่องจับเวลา 24 วินาที เดินเวลาต่อจากที่ได้หยุดเวลาไว้

3.4.2.2 เครื่องจับเวลา 24 วินาที ต้องติดตั้งดังต่อไปนี้
- มีเครื่องจับเวลา 24 วินาที 2 เครื่องตั้งอยู่ข้างบนเหนือกระดานหลังแต่ละข้าง มีระยะห่างระหว่าง 30 เซนติเมตร ถึง
50 เซนติเมตร
- มีเครื่องจับเวลา 24 วินาที 4 เครื่องให้ติดตั้งไว้ทั้ง 4 มุมของสนาม อยู่ห่างเส้นหลังแต่ละด้าน 2 เมตร
- มีเครื่องจับเวลา 24 วินาที 2 เครื่องให้ติดตั้งโดยการวางไว้ในแนวทแยงมุมตรงข้าม เครื่องหนึ่งวางทางด้านซ้ายของ
โต๊ะบันทึกคะแนน ซึ่งจะวางใกล้มุม เครื่องจับเวลา 24 วินาที ทั้ง 2 เครื่อง จะวางห่างจากเส้นแต่ละด้าน 2 เมตร และ
จากเส้นข้าง 2 เมตร

3.4.2.3 เครื่องจับเวลา 24 วินาที ทุกเครื่องจะต้องให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันมองเห็นได้อย่างชัดเจนรวมถึงผู้ชมด้วย

3.4.3 สัญญาณเสียง (Signals) ต้องกำหนดสัญญาณเสียงอย่างน้อย 2 ชุด ซึ่งมีเสียงแตกต่างกันอย่างชัดเจน และมีเสียงดังมากพอ
- สัญญาณเสียงหนึ่งสำหรับผู้จับเวลาแข่งขันและผู้บันทึกคะแนน
สัญญาณเสียงของผู้จับเวลาแข่งขันต้องเป็นเสียงที่ดังอัตโนมัติเพื่อแจ้งการ สิ้นสุดเวลาการแข่งขันต้องเป็นเสียงที่ดังอัตโนมัต
ิเพื่อแจ้งการสิ้นสุดเวลาการแข่งขันสำหรับช่วงการเล่นหรือช่วงต่อเวลาพิเศษ สัญญาณเสียงของผู้บันทึกคะแนนและผู้จับเวลา
แข่งขันต้องควบคุมด้วยมือ เพื่อดำเนินการแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบว่ามีการขอเวลานอก เปลี่ยนตัวและมีการต้องขออื่น ๆ เช่นหลัง
เวลาผ่านไป 50 วินาทีของการขอเวลานอก หรือสถานการณ์ข้อผิดพลาดที่แก้ไขได้
- อีกสัญญาณเสียงหนึ่งสำหรับผู้จับเวลา 24 วินาที ซึ่งสัญญาเสียงดังอัตโนมัติเพื่อแสดงการสิ้นสุดช่วงเวลาการเล่น 24 วินาที
สัญญาณเสียงทั้ง 2 ชุด ต้องมีเสียงดังมากพอที่จะได้ยินภายใต้เสียงรบกวน หรือปรับเสียงให้ดังมากพอกับสภาพสิ่งแวดล้อม

3.4.4 ป้ายคะแนน (Scoreboard)
ต้องเป็นป้ายคะแนนที่ติดตั้งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนรวมถึงผู้ชมด้วย
ป้ายคะแนนต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
- เวลาการแข่งขัน
- คะแนน
- จำนวนของช่วงการเล่นปัจจุบัน
- จำนวนของเวลานอก

3.4.5 ใบบันทึกคะแนน (Scoresheet)
ใบบันทึกคะแนนจะต้องได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการเทคนิคโลกของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติซึ่งจะใช้สำหรับ
การแข่งขันระดับสำคัญของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ

3.4.6 ป้ายแสดงการฟาล์วของผู้เล่น (Player foul markers)
ต้องจัดเตรียมป้ายแสดงการฟาว์ลของผู้เล่นสำหรับผู้บันทึกคะแนน ป้ายต้องเป็นสีขาวพร้อมตัวเลขขนาดความยาว 20 เซนติเมตร
และกว้าง 10 เซนติเมตร และมีตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 5 (ตัวเลข 1 ถึง 4 เป็นสีดำ ตัวเลข 5 เป็นสีแดง)

3.4.7 อุปกรณ์แสดงการฟาล์วทีม (Team foul markers)
อุปกรณ์แสดงการฟาล์วทีมต้องเตรียมสำหรับผู้บันทึกคะแนน อุปกรณ์แสดงการฟาล์วต้องเป็นสีแดง กว้าง 20 เซนติเมตร
สูง 35 เซนติเมตร เป็นอย่างน้อย และติดตั้งบนโต๊ะผู้บันทึก ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันมองเห็นได้อย่างชัดเจน
รวมถึงผู้ชมด้วย อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะใช้ได้โดยมีข้อแม้ว่าต้องมีสีที่เหมือนกัน และมีขนาด
ความกว้าง ยาวและหนาตามที่ ระบุไว้ข้างต้น

3.4.8 ป้ายแสดงจำนวนการฟาล์วทีม (Team foul indicator)
จะต้องมีป้ายที่เหมาะสมเพื่อแสดงตัวเลขจำนวนฟาล์วทีมถึงเลข 5 แสดงให้ทราบว่าทีมนั้นได้กระทำฟาล์วครบจำนวนที่จะต้อง
ถูกลงโทษ (กติกาข้อ 55 บทลงโทษของฟาล์วทีม)

3.4.9 เครื่องชี้ทิศทางการครอบครองบอลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้งานด้วยมือ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน

3.5 เครื่องอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันระดับสำคัญของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ
เครื่องอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่กล่าวถึงจะต้องเตรียมสำหรับการแข่งขันระดับสำคัญของสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ
เช่น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ชิงแชมป์โลก ชาย หญิง เยาวชนชาย เยาวชนหญิง ยุวชนชายและยุวชนหญิง ชิงแชมป์ทวีป
ชายหญิง เยาวชนชายและเยาวชนหญิง เครื่องอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์สามารถใช้กับการแข่งขันระดับอื่นทั้งหมดได้

3.5.1 ผู้ชมทุกคนจะต้องนั่งห่างอย่างน้อย 5 เมตร จากขอบด้านนอกของเส้นเขตสนามแข่งขัน

3.5.2 พื้นสนามต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ทำด้วยไม้
- เส้นเขตสนาม กว้าง 5 เซนติเมตร
- เส้นเขตสนามรอบนอก กว้างอย่างน้อย 2 เมตรทาด้วยสีแตกต่างกันอย่างชัดเจน สีของเขตสนามรอบนอกควรจะเป็นสีเดียวกับ
วงกลมกลางและพื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที

3.5.3 ต้องมีคนถูพื้นสนาม 4 คน โดย 2 คนทำหน้าที่แต่ละครึ่งของสนาม

3.5.4 กระดานหลังต้องทำด้วยกระจกนิรภัย

3.5.5 ผิวของลูกบอลต้องทำด้วยหนัง ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องเตรียมลูกบอลอย่างน้อย 12 ลูก มีลักษณะและรายละเอียด
เหมือนกันสำหรับการฝึกซ้อมระหว่างการอบอุ่นร่างกาย

3.5.6 แสงสว่างเหนือสนามแข่งขันต้องมีความสว่างไม่น้อยกว่า 1,500 ลักซ์ ความสว่างนี้จะวัดเหนือพื้นสนามขึ้นไป 1.5 เมตร
แสงสว่างต้องตรงหลักเกณฑ์ในการถ่ายทอดโทรทัศน์

3.5.7 สนามแข่งขันต้องติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากโต๊ะบันทึกคะแนน สนามแข่งขัน
ที่นั่งของทีม และทุกคนเกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขัน รวมทั้งผู้ชมด้วย

3.5.7.1 ป้ายคะแนนขนาดใหญ่ 2 ชุด ติดตั้งที่ด้านหลังแต่ละด้านของสนาม
- ป้ายคะแนน ติดตั้งที่กึ่งกลางเหนือสนามขึ้นไป ไม่มีความจำเป็นต้องงดใช้ป้ายคะแนน 2 ชุด
- แผงควบคุมสำหรับนาฬิกาแข่งขันต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข แยกแผงควบคุมสำหรับผู้จับเวลาแข่งขันและผู้ช่วยผู้บันทึกคะแนนออกจากกัน
- ป้ายคะแนนต้องประกอบด้วยตัวเลขระบบดิจิตอลแบบนับถอยหลังของนาฬิกา พร้อมสัญญาณเสียงดังมากพอซึ่งจะดังอัตโนมัติ
เมื่อสิ้นสุดเวลาการแข่งขันสำหรับช่วงการเล่นหรือช่วงต่อเวลาพิเศษ
- นาฬิกาแข่งขันและคะแนนที่แสดงในป้ายคะแนน มีความสูงอย่างน้อย 30 เซนติเมตร
- นาฬิกาทั้งหมดต้องเดินเป็นจังหวะเดียวกันและแสดงจำนวนของเวลาที่เหลือตลอดเกมการแข่งขัน
- ระหว่าง 60 วินาทีสุดท้ายของแต่ละช่วงการเล่น หรือช่วงต่อเวลาพิเศษ จำนวนของเวลาที่เหลือต้องแสดงเป็นวินาที และเป็น
1 ส่วน 10 ของวินาที
- เลือกนาฬิกาอีก 1 เรือน โดยผู้ตัดสินสำหรับเป็นนาฬิกาแข่งขัน
- ป้ายคะแนน ต้องแสดงสิ่งต่อไปนี้
- หมายเลขของผู้เล่นแต่ละคนและชื่อ-สกุลของผู้เล่น ถ้าสามารถแสดงได้
- คะแนนที่แต่ละทีมทำได้ และคะแนนของผู้เล่นแต่ละคนที่ทำให้ ถ้าสามารถแสดงได้
- จำนวนครั้งของการฟาล์วทีมจาก 1 ถึง 5 (สามารถหยุดที่ตัวเลข 5)
- ตัวเลขของช่วงการเล่น จาก 1 ถึง 4 และ E สำหรับช่วงต่อเวลาพิเศษ
- ตัวเลขของเวลานอกจาก 0 ถึง 3

3.5.7.2 เครื่องจับเวลา 24 วินาที พร้อมนาฬิกาแข่งขันที่ทำใหม่ตามแบบของเดิม และแสงสีแดงสดใสจะติดตั้งเหนือขึ้นไป
และอยู่ด้านหลังกระดานหลังทั้ง 2 ข้างมีระยะห่างระหว่าง 30 เซนติเมตร
- เครื่องจับเวลา 2 วินาที ต้องเป็นแบบอัตโนมัติ ตัวเลขระบบดิจิตอลแบบนับถอยหลังแสดงเวลาเป็นวินาที
และพร้อมด้วยสัญญาณเสียงดังมากพอโดยดังอัตโนมัติ เมื่อสิ้นสุดเวลาการเล่น 24 วินาที
- เครื่องจับเวลา 24 วินาที จะต้องจะต่อเชื่อมกับนาฬิกาการแข่งขันเรือนหลัก
- เมื่อนาฬิกาแข่งขันเรือนหลักหยุดเดิน เครื่องนี้จะหยุดเดินด้วย
- เมื่อนาฬิกาแข่งขันเรือนหลักเดินต่อ เครื่องนี้เริ่มเดินจากการควบคุมด้วยมือของผู้ควบคุม
- สีของตัวเลขของเครื่องจับเวลา 24 วินาที และนาฬิกาแข่งขันที่ทำขึ้นใหม่ตามแบบของเดิมจะต้องแตกต่างกัน
- นาฬิกาการแข่งขันที่ทำขึ้นใหม่ตามแบบของเดิมจะต้องมีรายละเอียดตรงกัน
- หลอดไฟที่อยู่ข้างบนด้านหลังกระดานหลังแต่ละข้างต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
-แสงสีแดงสดใสเกิดขึ้นพร้อมกับนาฬิกาแข่งขันเรือนหลัก เมื่อสัญญาณเสียงดังขึ้นสำหรับสิ้นสุดเวลาการแข่งขันของช่วงการเล่น
หรือช่วงต่อเวลาพิเศษ
- แสงสีแดงสดใสเกิดขึ้นพร้อมกับเครื่องจับเวลา 24 วินาที เมื่อสัญญาณเสียงดังขึ้น สำหรับการสิ้นสุดเวลาการเล่น 24 วินาที

ขนาดสนามและขนาดของเส้น (Court and line dimensions)

ข้อ 2 ขนาดสนามและขนาดของเส้น (Court and line dimensions)

2.1 สนามแข่งขัน (Playing Court)
สนามต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นผิวเรียบ แข็งปราศจากสิ่งกีดขวางที่ทำให้เกิดความล่าช้าสำหรับการแข่งขันซึ่งจัด
โดยสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ ขนาดสนามที่จะสร้างขึ้นใหม่ต้องยาว 28 เมตรและกว้าง 15 เมตร โดยวัดจากขอบใน
ของเส้นเขตสนาม สำหรับการแข่งขันอื่นทั้งหมดที่สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติรับรอง เช่น สหพันธ์ระดับโซน หรือสมาคม
แห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเห็นชอบให้ใช้สนามขนาดเล็กสุดในการแข่งขันได้ คือ ยาว 26 เมตรและกว้าง 14 เมตร





2.2 เพดาน (Ceiling)
ความสูงของเพดานหรือสิ่งกีดขวางต้องไม่ต่ำกว่า 7 เมตร

2.3 แสงสว่าง (Lighthing)
พื้นผิวของสนามควรจะเหมือนกันและมีแสงสว่างเพียงพอ แสงสว่างต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของ
ผู้เล่นและของผู้ตัดสิน
2.4 เส้น (Lines)
เส้นทุกเส้นต้องเป็นสีเดียวกัน (ควรเป็นสีขาว) กว้าง 5 เซนติเมตร และมองเห็นได้อย่างชัดเจน

2.4.1 เส้นหลังและเส้นข้าง (End lines and side-lines)
สนามจะต้องถูกจำกัดโดยเส้นหลัง 2 เส้น (ด้านกว้างของสนาม) และเส้นข้าง 2 เส้น (ด้านยาวของสนาม) เส้นไม่เป็นส่วนหนึ่ง
ของสนาม สนามต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวาง รวมถึงที่นั่งของทีมอย่างน้อย 2 เมตร

2.4.2 เส้นกลาง (Center line)
เส้นกลาง ต้องเขียนเส้นให้ขนานกับเส้นหลังที่จุดกึ่งกลางของเส้นข้างต้องมีส่วนยื่นออกไป 15 เซนติเมตร จากเส้นข้างแต่ละด้าน

2.4.3 เส้นโยนโทษ (Free-throw lines) พื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที (Restricted areas) และเขตโยนโทษ (Free-throw lanes)
เส้นโยนโทษ ต้องเขียนเส้นให้ขนานกับเส้นหลังแต่ละด้าน ห่างจากขอบในของเส้นหลัง 5.80 เมตร และมีความยาว 3.60 เมตร
จุดกึ่งกลางของเส้นโยนโทษที่สมมุติขึ้นเป็นแนวเดียวกับจุดกึ่งกลางของเส้นหลังทั้ง 2 เส้น พื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที ต้องเป็นพื้นที่
ในสนามที่กำหนดโดยเส้นหลัง เส้นโยนโทษ และเส้นซึ่งเริ่มต้นจากเส้นหลังห่าง 3 เมตร จากจุดกึ่งกลางของเส้นหลังและขอบนอก
ของเส้นโยนโทษ เส้นจะแยกออกจากเส้นหลัง เส้นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที ภายในของพื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที
ีอาจจะทาสีก็ได้แต่ต้องเป็นสีเดียวกับสีที่ทาวงกลมกลางสนาม เขตโยนโทษเป็นพื้นที่ที่ต่อออกจากพื้นที่เขตกำหนด 3 นาที
เข้าไปในสนามโดยขีดเส้นเป็นครึ่งวงกลมรัศมี 1.80 เมตร ใช้จุด กึ่งกลางของเส้นโยนโทษเป็นจุดศูนย์กลาง เขตช่องยืนตามแนว
เขตโยนโทษ เป็นช่องที่ให้ผู้เล่นยืนระหว่างการโยนโทษ จะต้องเขียนเส้นลักษณะ

2.4.4 วงกลมกลาง (Center circle)
วงกลมกลางต้องเขียนไว้กลางสนามรัศมี 1.80 เมตร โดยวัดจากขอบนอกของเส้นรอบวง ถ้าทาสีภายในพื้นที่วงกลมต้องเป็น
สีเดียวกับสีที่ทาพื้นที่เขตกำหนด 3 วินาที

2.4.5 พื้นที่ยิงประตู 3 คะแนน (Three-point field goal area)
พื้นที่ยิงประตู 3 คะแนนของทีมจะเป็นพื้นที่ทั้งหมดของสนามยกเว้นพื้นที่ที่ใกล้ห่วงประตูฝ่าย ตรงข้ามซึ่งถูกจำกัดโดยสิ่งต่อไปนี้
- เส้นขนาน 2 เส้น จากเส้นหลังไปถึงปลายเส้นโค้งครึ่งวงกลมรัศมี 6.25 เมตร จากจุดนี้ตั้งฉากกับจุดศูนย์กลางของห่วงประตู
ของฝ่ายตรงข้าม ระยะห่างถึงขอบในของจุดกึ่งกลางเส้นหลัง 1.575 เมตร
- รูปครึ่งวงกลมมีรัศมี 6.25 เมตร จากจุดศูนย์กลางถึงขอบนอก (ซึ่งเป็นจุดเดียวกัน) ลากไปต่อกับเส้นขนาน

2.4.6 พื้นที่เขตที่นั่งของทีม (Team bench areas)
พื้นที่เขตที่นั่งของทีมต้องอยู่นอกสนามด้านเดียวกับโต๊ะบันทึกคะแนน ที่นั่งของทีมเป็นดังต่อไปนี้
-แต่ละพื้นที่เขตที่นั่งของทีมจะถูกกำหนดโดยเส้นที่ต่อออกจากเส้นหลัง ยาวอย่างน้อย 2 เมตร และอีกเส้นหนึ่งยาวไม่น้อยกว่า
2 เมตร ห่างจากเส้นสนาม 5 เมตร

2.5 ตำแหน่งของโต๊ะเจ้าหน้าที่และที่นั่ง/เก้าอี้เปลี่ยนตัวผู้เล่น
การจัดที่นั่งของทีม และที่นั่ง/เก้าอี้เปลี่ยนตัวผู้เล่น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันทุกครั้งที่จัดโดยสหพันธ์บาสเกตบอล
นานาชาติ และได้แนะนำให้กระทำสำหรับการแข่งขันอื่น ๆ ด้วย

กติกาบาสเกตบอล

กติกาบาสเกตบอล                                
 กติกาข้อที่
กติกาข้อที่
กติกาข้อที่
กติกาข้อที่
กติกาข้อที่
3 อุปกรณ์
17 ข้อบังคับการแข่งขัน
27 การให้เวลานอก 
37 กติกา24 วินาที
47 ฟาล์วเสียสิทธิ์
4 ผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่
18 การเริ่มเกมการแข่งขัน
28 การเปลี่ยนตัว 
38 ถูกป้องกันอย่างใกล้ชิด
48 การประพฤติตัว 
5 - 8 หน้าที่ผู้ตัดสิน
19 สถานภาพของลูกบอล
29 สิ้นสุดการแข่งขัน 
39 กติกา 8 วินาที
49-51 ฟาล์วเทคนิค 
9 หน้าที่ผู้บันทึก
20 ตำแหน่งผู้เล่น-ผู้ตัดสิน 
30 การถูกปรับแพ้ 
40 บอลกลับสู่แดนหลัง
52 การชกต่อย 
10-11หน้าที่ผู้จับเวลา
21 การเล่นลูกกระโดด
31 แพ้ผู้เล่นน้อยกว่ากำหนด 
41ขัดขวางบอลลงห่วง
53 การขานฟาล์ว 
12 ทีม
22 วิธีการเล่นลูกบอล 
32 ทำผิดระเบียบ 
42 การฟาล์ว
54 ฟาล์ว 5 ครั้ง 
13 ผู้เล่นและผู้เล่นสำรอง
23 การครอบครองบอล 
33 ผู้เล่น-บอลออกนอกสนาม 
43 การถูกต้องตัว
55 ฟาล์วทีม 
14 การบาดเจ็บ
24 ลักษณะการยิงประตู 
34 การเลี้ยงบอล 
44 ฟาล์วบุคคล
56 สถานการณ์พิเศษ 
15 หน้าที่หัวหน้าทีม
25 การได้ประตู 
35 การพาบอลเคลื่อนที่ 
45 ฟาล์วคู่
57 การโยนโทษ 
16 หน้าที่ผู้ฝึกสอน
26 การส่งบอลนอกสนาม 
36 กติกา3 วินาที 
46 ฟาล์วผิดวิสัยนักกีฬา
58 ข้อผิดพลาด 

ข้อ 1 คำจำกัดความ (Definitions) และลักษณะการเล่นบาสเกตบอล

1.1 เกมการแข่งขันขันบาสเกตบอล (Basketball game)
บาสเกตบอลเป็นการเล่นที่ประกอบด้วยผู้เล่น 2 ทีม แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คน จุดมุ่งหมายของแต่ละทีมคือ ทำคะแนนโดย
การโยนลูกบอลให้ลงห่วงประตูของฝ่ายตรงข้าม และป้องกันอีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้ครอบครองบอลหรือทำคะแนน

1.2 ห่วงประตูฝ่ายตนเอง/ฝ่ายตรงข้าม (Basket : own/opponents’)
ฝ่ายรุกทำคะแนนโดยนำลูกบอลโยนให้ลงห่วงประตูของฝ่ายตรงข้ามและป้องกันห่วงประตูของฝ่ายตนเอง

1.3 การเคลื่อนที่ของลูกบอล (Ball movement)
ลูกบอลอาจจะถูกส่ง โยน ปัด กลิ้ง หรือเลี้ยงในทิศทางใด ๆ ก็ได้ ภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในกติกา

1.4 ผู้ชนะของเกมการแข่งกัน (Winner of a game)
เมื่อสิ้นสุดเวลาการแข่งขันของช่วงการเล่นที่ 4 หรือถ้าจำเป็นต้องต่อเวลาพิเศษ ทีมที่มีคะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ
ในเกมการแข่งขัน

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
ddd